เมื่อโรงเรียนสำหรับซีอีโอ ถูกซื้อกิจการ

เมื่อ "โรงเรียนสำหรับซีอีโอ" ถูกซื้อกิจการ: บทเรียนที่ผู้นำรุ่นใหม่ทุกคนต้องรู้ก่อนขึ้นแท่นผู้บริหาร
เปิดฉากด้วยคำถามที่หลายคนไม่กล้าถาม
ถ้าคุณเป็นซีอีโอ คุณเรียนรู้การเป็นซีอีโอจากที่ไหน?
คำถามนี้ฟังดูเรียบง่าย แต่กลับเป็นคำถามที่คนในแวดวงธุรกิจหลีกเลี่ยงมาตลอด เพราะมันซ่อนความจริงที่ไม่สบายใจไว้ข้างใน นั่นคือ "ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ขึ้นสู่ตำแหน่งโดยไม่เคยได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นระบบมาก่อนเลย"
พวกเขาเรียนรู้จากประสบการณ์ บางส่วนเรียนรู้จากความผิดพลาด และอีกจำนวนมากเรียนรู้จากการดูคนอื่นทำ แต่ทั้งหมดนั้นคือการเรียนรู้แบบ "ลองผิดลองถูก" ซึ่งมีต้นทุนสูงมาก ทั้งต่อตัวผู้บริหารเอง ต่อทีมงาน และต่อองค์กร
นั่นคือที่มาของ School for CEOs สถาบันพัฒนาผู้นำที่ก่อตั้งโดยอดีตนักรักบี้ระดับนานาชาติ เดวิด โซล และ แพทริก แมคโดนัลด์ ซึ่งเพิ่งก้าวสู่บทใหม่ของประวัติศาสตร์ หลังจาก บริษัท Carlyle บริษัทจัดหาผู้บริหาร เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในกิจการนี้
จากสนามรักบี้สู่ห้องประชุมบอร์ด: กำเนิดของโรงเรียนที่ไม่มีห้องเรียน
เดวิด โซล ไม่ใช่นักธุรกิจโดยกำเนิด เขาคืออดีตกัปตันทีมรักบี้สกอตแลนด์ ผู้นำทีมชาติคว้าแชมป์ Grand Slam ในปี 1990 และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำบนสนามที่ขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันและวิสัยทัศน์
แต่เมื่อเขาหันมาสู่โลกธุรกิจ เขาตั้งข้อสังเกตบางอย่างที่คนในแวดวงนี้หลายคนมองข้าม นั่นคือ ทักษะการเป็นผู้นำบนสนามกีฬาและทักษะการเป็นผู้นำในองค์กรธุรกิจ มีรากฐานเดียวกันอย่างน่าทึ่ง
การตัดสินใจภายใต้ความกดดัน การสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม การรักษาสมาธิเมื่อทุกอย่างพังทลาย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ต้องฝึกฝน และในโลกของกีฬาระดับสูง มีระบบการฝึกซ้อมที่ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ
ขณะที่ในโลกธุรกิจ กลับไม่มีสิ่งเทียบเท่า
โซลและแมคโดนัลด์จึงก่อตั้ง School for CEOs ขึ้นเมื่อสิบห้าปีก่อน โดยอาศัยแนวคิดนี้เป็นรากฐาน สถาบันแห่งนี้ไม่ใช่โรงเรียนที่มีอาคารหรือห้องเรียน แต่เป็นโปรแกรมพัฒนาภาวะผู้นำที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีอีโอ ผู้บริหาร และกรรมการบอร์ด
ตลอดระยะเวลาสิบห้าปี พวกเขาสร้างรุ่นศิษย์เก่าจำนวนหลายร้อยคน และทำงานร่วมกับองค์กรระดับแนวหน้าของอังกฤษและสกอตแลนด์อย่าง Aberdeen, Scottish Rugby, Aviva, Baillie Gifford และ SSE
ทำไม Carlyle ถึงซื้อกิจการนี้ และนั่นหมายความว่าอะไร
การที่ Carlyle บริษัทจัดหาผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปีในการทำงานกับบอร์ดและผู้นำองค์กร เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน School for CEOs ไม่ใช่แค่ดีลการลงทุนธรรมดา
ฟิโอนา เจมส์-มาร์ติน กรรมการผู้จัดการของ Carlyle อธิบายถึงแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ว่า ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา พวกเขาสังเกตเห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากลูกค้า นั่นคือองค์กรต่างๆ ไม่ได้ต้องการแค่ "หาผู้นำที่เก่ง" เท่านั้น แต่ต้องการ "พัฒนาผู้นำที่มีอยู่" ควบคู่กันไปด้วย
นี่คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่สำคัญมากในโลกธุรกิจ
ในอดีต องค์กรส่วนใหญ่มองว่าการพัฒนาผู้นำคือ "สิ่งที่ทำได้ก็ดี" (Nice to Have) แต่ถ้าหาคนที่เก่งพร้อมได้เลยก็ดีกว่า แต่ปัจจุบัน ความคิดนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ดักกี้ คาร์ไลล์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Carlyle ยืนยันว่าการลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าระยะยาวของพวกเขาบอกอย่างชัดเจนว่าต้องการสิ่งนี้ นั่นคือสัญญาณที่ชัดที่สุดของตลาด
สามบทเรียนธุรกิจที่ซ่อนอยู่ในดีลนี้
บทเรียนที่ 1: ความต้องการของตลาดมักเดินนำหน้าความพร้อมขององค์กรเสมอ
สิ่งที่ดีลนี้สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือการที่ตลาดกำลังบอกบางอย่างกับเราอยู่ นั่นคือโลกธุรกิจกำลังขาดแคลน "ผู้นำที่พร้อม" ไม่ใช่แค่คนเก่ง แต่คือคนที่พร้อมจะนั่งบนเก้าอี้ผู้นำแล้วตัดสินใจได้ทันที
ลองนึกภาพดู ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจและต้องการซีอีโอคนใหม่ คุณจะเลือกใคร ระหว่างคนที่เก่งแต่ต้องใช้เวลาหนึ่งปีในการเรียนรู้งาน กับคนที่ผ่านโปรแกรมพัฒนาผู้นำมาแล้วและพร้อมจะรับมือกับความท้าทายตั้งแต่วันแรก
คำตอบนั้นชัดเจน และนั่นคือสาเหตุที่ธุรกิจอย่าง School for CEOs มีคุณค่าสูงในสายตานักลงทุน
บทเรียนที่ 2: การผสมผสานสองความสามารถสร้างมูลค่าที่มากกว่าผลรวม
Carlyle เชี่ยวชาญในการ "หาคน" ส่วน School for CEOs เชี่ยวชาญในการ "พัฒนาคน" เมื่อสองสิ่งนี้มารวมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การขยายบริการ แต่คือการสร้างระบบนิเวศของการพัฒนาผู้นำที่ครบวงจร
ลูกค้าไม่ต้องไปหาสถาบันหลายแห่งอีกต่อไป พวกเขาสามารถได้รับทั้งการสรรหาผู้บริหาร การประเมินศักยภาพ และการพัฒนาทักษะผู้นำจากพาร์ทเนอร์เดียว
นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งที่นักยุทธศาสตร์ธุรกิจเรียกว่า "การสร้างคุณค่าเสริมกัน" (Synergy) ซึ่งบ่อยครั้งถูกพูดถึงแต่มักพบได้น้อยในโลกความเป็นจริง
บทเรียนที่ 3: ผู้ก่อตั้งที่รู้จักเวลาของตัวเองคือผู้นำที่แท้จริง
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือบทบาทของ แพทริก แมคโดนัลด์ ผู้ร่วมก่อตั้งที่ตัดสินใจก้าวออกมาในครั้งนี้
เขาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยความภาคภูมิใจ ไม่ใช่ความเสียใจ เขาบอกว่าพวกเขาสร้างสถาบันขึ้นบนหลักการที่ว่าซีอีโอและผู้นำที่มุ่งหวังสามารถเร่งการเรียนรู้และความพร้อมสู่บอร์ดได้ และศิษย์เก่าหลายร้อยคนคือข้อพิสูจน์
นี่คือสิ่งที่ผู้ก่อตั้งธุรกิจหลายคนทำได้ยากมาก นั่นคือการรู้ว่าภารกิจของตนเองในบทนี้สิ้นสุดแล้ว และยอมปล่อยให้ธุรกิจเติบโตต่อไปในมือของคนอื่น
ผู้นำไม่ได้เกิดมา แต่ถูกสร้างขึ้น: ความเชื่อที่กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจ
หัวใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังทั้งการก่อตั้งและการเติบโตของ School for CEOs คือความเชื่อหนึ่ง ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในแวดวงธุรกิจ นั่นคือ "ผู้นำไม่ได้เกิดมาพร้อมกับทักษะ แต่สามารถพัฒนาได้"
ในโลกกีฬา ไม่มีใครตั้งคำถามเรื่องนี้เลย ไม่มีนักกีฬาระดับโอลิมปิกคนไหนที่ไม่ผ่านการฝึกซ้อม แต่ในโลกธุรกิจ กลับยังมีความเชื่อที่ว่าผู้นำที่ดีต้องมี "สัญชาตญาณ" โดยธรรมชาติ
การลงทุนของ Carlyle ใน School for CEOs คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าความเชื่อเดิมนั้นกำลังสั่นคลอน
ตลาดพูดด้วยเงิน และเงินกำลังพูดว่า การพัฒนาผู้นำคือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ตัดได้เมื่อยามวิกฤต
บทเรียนสำหรับองค์กรไทย: เราอยู่ตรงไหนในเส้นทางนี้
เมื่อมองมาที่บริบทขององค์กรไทย คำถามที่ต้องตั้งคือ เราลงทุนกับการพัฒนาผู้นำมากแค่ไหน และลงทุนอย่างถูกทิศทางหรือเปล่า
การส่งพนักงานไปอบรมสัมมนาสองวันแล้วกลับมาทำงานต่อตามเดิม นั่นไม่ใช่การพัฒนาผู้นำ แต่เป็นแค่การเช็คบ็อกซ์ในรายการสวัสดิการ
การพัฒนาผู้นำที่แท้จริงต้องเกิดขึ้นในบริบทที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ต้องมีการฝึกซ้อมการตัดสินใจ การรับมือกับสถานการณ์กดดัน การสื่อสารในยามวิกฤต และการสร้างความเชื่อมั่นในทีม
โมเดลที่ School for CEOs ใช้ ซึ่ง Carlyle เห็นว่ามีมูลค่าเพียงพอที่จะเข้าซื้อ คือการผสมผสานระหว่างการโค้ชชิ่งแบบตัวต่อตัว การเรียนรู้จากเพื่อนผู้นำในวงเดียวกัน และการนำกรณีศึกษาจริงมาวิเคราะห์ร่วมกัน
สิ่งนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการศึกษาในห้องเรียนแบบดั้งเดิม
ดีลนี้บอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตของตลาดการพัฒนาองค์กร
ถ้ามองในมุมของนักลงทุนหรือนักยุทธศาสตร์ธุรกิจ การที่บริษัทจัดหาผู้บริหารอย่าง Carlyle ตัดสินใจขยายเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาผู้นำบอกสัญญาณบางอย่างที่ชัดเจนมาก
ประการแรก: ขอบเขตระหว่างการ "สรรหาคน" และการ "พัฒนาคน" กำลังเลือนหายไป องค์กรชั้นนำไม่แยกสองสิ่งนี้ออกจากกันอีกต่อไป
ประการที่สอง: ธุรกิจบริการที่ปรึกษาและพัฒนาองค์กรกำลังเข้าสู่ยุคของการรวมตัวกัน (Consolidation) ผู้เล่นรายใหญ่จะค่อยๆ ดูดซับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีประสิทธิภาพพิสูจน์แล้ว
ประการที่สาม: ผู้นำที่สามารถ "เรียนรู้ได้เร็ว" กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงกว่าผู้นำที่มีประสบการณ์มากแต่ยืดหยุ่นน้อย
สรุป: สิ่งที่คุณนำไปใช้ได้จากดีลนี้
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจ พนักงานที่อยากเติบโต หรือผู้บริหารที่กำลังคิดถึงอนาคตขององค์กร มีบทเรียนที่นำไปใช้ได้ทันทีจากดีลระหว่าง Carlyle กับ School for CEOs ดังนี้
1. ลงทุนในตัวเองอย่างเป็นระบบ อย่ารอให้นายจ้างหรือองค์กรเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณทั้งหมด หาโอกาสเรียนรู้จากคนที่อยู่ในตำแหน่งที่คุณอยากไปถึง ไม่ว่าจะผ่านการหาพี่เลี้ยง การเข้าร่วมชุมชนผู้นำ หรือการอ่านเชิงวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ
2. รู้จักเวลาของตัวเอง แมคโดนัลด์สร้างธุรกิจ พาไปถึงจุดที่ควรอยู่ แล้วก้าวออกมาอย่างสง่างาม นั่นคือความฉลาดทางอารมณ์ระดับสูง รู้ว่าตอนไหนควรยืนหยัด และตอนไหนควรส่งต่อ
3. มองหาความร่วมมือที่เสริมจุดอ่อนของกันและกัน Carlyle ไม่ได้ซื้อ School for CEOs เพราะมันทำธุรกิจเหมือนกัน แต่เพราะมันทำสิ่งที่ Carlyle ทำไม่ได้ดีพอ นั่นคือหลักการสำคัญของการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืน
4. ฟังตลาดให้มากกว่าที่คิด ดักกี้ คาร์ไลล์บอกชัดว่าการตัดสินใจลงทุนครั้งนี้มาจากการฟังลูกค้า ไม่ใช่จากการวิเคราะห์ในห้องประชุม ตลาดมักบอกคำตอบที่ถูกต้องเสมอ ถ้าคุณรู้จักฟัง
โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ดีลนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุดก็คือ ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว ทักษะที่มีคุณค่าสูงสุดไม่ใช่ความรู้ที่มีอยู่ แต่คือความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
นั่นคือสิ่งที่ School for CEOs พยายามสอนมาตลอดสิบห้าปี และนั่นคือสิ่งที่ Carlyle มองเห็นคุณค่าและตัดสินใจลงทุน
Tags: การพัฒนาผู้นำ, ภาวะผู้นำ, กลยุทธ์ธุรกิจ, การควบรวมกิจการ, การลงทุน, ผู้บริหารระดับสูง, การพัฒนาองค์กร, การสรรหาผู้บริหาร, ทักษะผู้นำ, การเติบโตทางธุรกิจ, การบริหารทรัพยากรบุคคล, นักธุรกิจรุ่นใหม่, Leadership Development, CEO, Executive Coaching, Business Strategy, Mergers and Acquisitions, Talent Management, Corporate Governance, Organizational Development